การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมาย

  • ผลการประเมินการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ในระดับ 5 ดาว ภายในปี 2571

ผลการดำเนินงาน

ไม่พบกรณี
กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงาน กระทำผิดด้านการทุจริต และจรรยาบรรณ
ไม่พบกรณี
กรรมการลาออกจากตำแหน่ง

เนื่องจากประเด็นการทุจริตหรือไม่ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ความท้าทายและโอกาส

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของธุรกิจเทคโนโลยี บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (“TKC”) ตระหนักว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทมุ่งดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส เคารพสิทธิ และรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อรับมือกับความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ นอกจากนี้ได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน (Good Corporate Governance) ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาเป็นกรอบในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบได้ และลดความเสี่ยงในระยะยาว

บริษัทเชื่อมั่นว่าการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม และคุณธรรม ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กร แต่ยังเป็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถในการแข่งขัน บริษัทจึงมุ่งมั่นทบทวนและพัฒนานโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ กฎหมาย และความคาดหวังของสังคม อันนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

โครงสร้างของคณะกรรมการบริษัท

บริษัทมีโครงสร้างการจัดการที่มีการแบ่งแยกบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และฝ่ายจัดการ ออกจากกันอย่างชัดเจนเพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจ มีความอิสระ และเป็นการบริหารงานอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และความเชื่อมั่นในระบบบริหารงานที่โปร่งใส เป็นธรรม นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัท ได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท ในเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมด 5 คณะ ได้แก่

คณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
คณะกรรมการบริหาร

ทั้งนี้ บริษัทมีฝ่ายจัดการซึ่งมีหน้าที่ดำเนินกิจการและบริหารงานของบริษัทโดยรวม มีประธานกรรมการบริหารเป็นผู้บริหารสูงสุด

องค์ประกอบของคณะกรรมการ

โครงสร้างคณะกรรมการของบริษัท ประกอบด้วยกรรมการทั้งคณะรวม 11 คน เป็นกรรมการอิสระ 4 คน (รวมประธานกรรมการ) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36.36 ของจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะ โดยคณะกรรมการมีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการควบคุมและบริหารจัดการให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยความชื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น โดยจัดให้มีโครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน ถ่วงดุลและสามารถตรวจสอบได้

รายชื่อ ตำแหน่ง วาระดำรงตำแหน่ง (ปี) อายุ (ปี) เพศ ความเป็นอิสระ
1. นายกิตติศักดิ์ อมรชัยโรจน์กุล
  • ประธานกรรมการบริษัท กรรมการอิสระ
  • ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • 11
  • 4
65 ชาย ใช่
2. นายวิวัฒน์ เวทยานุกุล
  • ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ
  • 11
68 ชาย ใช่
3. นายพิชัย ชัยณรงค์โลกา
  • กรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ
  • ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง
  • กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • 11
  • 4
  • 4
53 ชาย ใช่
4. นายเขมชาติ นันทสงวนไทย
  • กรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ
  • ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • 3
  • 1
42 ชาย ใช่
5. นายสยาม เตียวตรานนท์
  • ประธานกรรมการบริหาร
  • กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • กรรมการบริหารความเสี่ยง
  • กรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • 18
  • 4
  • 4
  • 1
53 ชาย ไม่ใช่
6. นายปิยะ จิราภาพงศา
  • กรรมการ
  • กรรมการบริหารความเสี่ยง
  • กรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • 7
  • 4
  • 1
50 ชาย ไม่ใช่
7. นางสาวรดากานต์ มีแต้ม
  • กรรมการ
  • กรรมการบริหารความเสี่ยง
  • กรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • 7
  • 4
  • 1
53 หญิง ไม่ใช่
8. นายสิทธิเดช มัยลาภ
  • กรรมการ
  • 7
48 ชาย ไม่ใช่
9. นางสาวกุลนดา โอฬารรักษ์ธรรม
  • กรรมการ
  • 7
57 หญิง ไม่ใช่
10. นางสาวสุรีรัตน์ ปราชญานุกุล
  • กรรมการ
  • 1
53 หญิง ไม่ใช่
11. นางศศิเนตร พหลโยธิน
  • กรรมการ
  • 1
39 หญิง ไม่ใช่

หมายเหตุ: *นายกิตติศักดิ์ อมรชัยโรจน์กุล, นายวิวัฒน์ เวทยานุกุล และ นายพิชัย ชัยณรงค์โลกา ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระเกิน 9 ปี เนื่องจากมีคุณสมบัติของกรรมการอิสระครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยสามารถให้ความเห็นได้อย่างเป็นอิสระ

ทั้งนี้ บริษัทมีกรรมการที่ดำรงตำแหน่งรวม

11 คน

โดยกรรมการที่ดำรงตำแหน่งเป็น

กรรมการชายจำนวน

7 คน

คิดเป็นร้อยละ 63.64

กรรมการหญิงจำนวน

4 คน

คิดเป็นร้อยละ 36.36

หน่วย: ร้อยละ

กรรมการหญิง
กรรมการชาย

โดยมีช่วงอายุของกรรมการระหว่าง 39 - 68 ปี แบ่งเป็น

กรรมการที่เป็นผู้บริหาร

3 คน

คิดเป็นร้อยละ 27.27

ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการและรองกรรมการผู้จัดการ

กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

8 คน

คิดเป็นร้อยละ 72.73

โดยเป็นกรรมการอิสระ 4 คน (รวมประธานกรรมการ) คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 2 หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของจำนวนกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

ประธานกรรมการ เป็นกรรมการอิสระ ไม่เป็นผู้บริหาร และไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับประธาน กรรมการบริหาร

เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

คุณสมบัติของกรรมการบริษัท

คณะกรรมการของบริษัท ประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ ทักษะ มีความหลากหลายทางวิชาชีพ และประสบการณ์ที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท โดยเป็นผู้มีบทบาทในการกำหนดนโยบายและภาพรวมขององค์กร แผนการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบ ประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ตลอดจนดำเนินกิจการของบริษัท ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม ภายใต้จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งการกำกับดูแลให้การบริหารจัดการของฝ่ายบริหารเป็นไปตามเป้าหมายและแนวทางที่ได้กำหนดไว้ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและ ผู้ถือหุ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เป็นบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ และมีเวลาอย่างเพียงพอที่จะอุทิศความรู้ ความสามารถและปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทได้
  • มีคุณสมบัติครบถ้วน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
  • ไม่เป็นบุคคลประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัท หรือเข้าเป็นหุ้นส่วน หรือกรรมการในนิติบุคคลอื่นซึ่งประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัท ไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่จะได้แจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง
  • กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามที่บริษัทกำหนด และเป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และต้องเป็นบุคคลซึ่งสามารถดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายได้เท่าเทียมกัน เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นอกจากนั้น ยังต้องสามารถเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระได้

สามารถอ่านรายละเอียดคุณสมบัติของคณะกรรมการฯ ประวัติ และรายละเอียดการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ทุกรายได้ในรูปแบบรายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) และ คณะกรรมการบริษัท

โดยไม่มีคณะกรรมการบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนเกิน 5 แห่ง

คุณสมบัติของกรรมการอิสระ

บริษัทกำหนดคุณสมบัติของกรรมการอิสระ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัท ได้กำหนดให้กรรมการอิสระของบริษัท จะต้องไม่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 5 แห่ง

การสรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการและผู้บริหาร

บริษัทมีคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนในการคัดเลือกและสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเข้ารับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของบริษัท ตลอดจนคัดเลือกกรรมการบริษัท เพื่อทำหน้าที่กรรมการชุดย่อย โดยพิจารณาองค์ประกอบตาม Board Skill Matrix เพื่อพิจารณาคุณสมบัติ ทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่จำเป็นของกรรมการที่ต้องการสรรหา รวมถึงพิจารณารูปแบบและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนและดำเนินการคัดเลือกบุคคลตามกระบวนการสรรหาที่กำหนดไว้ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติตามที่กฎหมายกำหนด

กระบวนการสรรหาและคัดเลือก

เพื่อให้เกิดความโปร่งใส คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาและคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการใหม่ เมื่อมีตำแหน่งว่างลง (จากการลาออก หรือครบวาระ) เพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัท หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อดำเนินการแต่งตั้งกรรมการบริษัท โดยคำนึงถึงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ความรู้ ความเป็นอิสระ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท ตามองค์ประกอบใน Board Skill Matrix และฐานข้อมูลกรรมการ (Director Pool) ของกระทรวงการคลัง และของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) รวมทั้งไม่มีกรณีผลประโยชน์ขัดแย้งกับบริษัท (Conflict of Interest) อีกทั้งคุณสมบัติของกรรมการที่ต้องการสรรหา ต้องให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท กระบวนการสรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการ พิจารณาเกณฑ์ ดังนี้

ความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัท ในกระบวนการสรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการ

บริษัทได้ให้ความสำคัญกับความหลากหลายของคณะกรรมการ โดยให้ความสำคัญกับความแตกต่างทางด้านสังคม เชื้อชาติ เพศ ศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม เพื่อให้โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการมีความหลากหลาย

การพิจารณาคุณสมบัติด้านความรู้ หรือประสบการณ์เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

บริษัทได้พิจารณาถึงคุณสมบัติในการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพที่จำเป็นต่อการบริหารกิจการของบริษัท และบริษัทย่อยได้อย่างสมดุล เช่น ผู้ที่มีความรู้ด้านธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านกฎหมาย/นิติศาสตร์ ด้านบัญชี/การเงิน ด้านการลงทุน

ความหลากหลายทางทักษะของคณะกรรมการบริษัท

รายชื่อ การบริหารจัดการ ทรัพยากรบุคคล การลงทุนและหลักทรัพย์ ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ กฎหมายและการกำกับดูแล การขายและการตลาด บัญชีและการเงิน วิศวกรรม การบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบ
1. นายกิตติศักดิ์ อมรชัยโรจน์กุล
2. นายวิวัฒน์ เวทยานุกูล
3. นายพิชัย ชัยณรงค์โสภา
4. นายเขมชาติ นันทสงวนไทย
5. นายสยาม เตียวตรานนท์
6. นายปิยะ จิราภาพงศา
7. นางสาวรดาภานต์ มีแต้ม
8. นายสิทธิเดช มัยลาภ
9. นางสาวกุลนดา โอฟาร์รักข์ธรรม
10. นางสาวสุรีรัตน์ ปราชญานุกูล
11. นางศศิเนตร พลโยธิน

การจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย

การจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบ มีจำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วย

ลำดับ รายชื่อ ตำแหน่ง
1 นายวิวัฒน์ เวทยานุกุล ประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ
2 นายพิชัย ชัยณรงค์โลกา กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ
3 นายเขมชาติ นันทสงวนไทย กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ

โดยมี นายวิวัฒน์ เวทยานุกุล เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบัญชีเพียงพอที่จะทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินของบริษัท โดยมีนายอานนท์ จำปาโพธิ์ เลขานุการบริษัท เป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน มีจำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วย

ลำดับ รายชื่อ ตำแหน่ง
1 นายกิตติศักดิ์ อมรชัยโรจน์กุล ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และกรรมการอิสระ
2 นายพิชัย ชัยณรงค์โลกา กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และกรรมการอิสระ
3 นายสยาม เตียวตรานนท์ กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

โดย นายกิตติศักดิ์ อมรชัยโรจน์กุล ประธานกรรมการคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และ นายพิชัย ชัยณรงค์โลกา กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนลำดับที่ 2 เป็นกรรมการอิสระ

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีจำนวน 5 ท่าน ประกอบด้วย

ลำดับ รายชื่อ ตำแหน่ง
1 นายพิชัย ชัยณรงค์โลกา ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการอิสระ
2 นายสยาม เตียวตรานนท์ กรรมการบริหารความเสี่ยง
3 นายปิยะ จิราภาพงศา กรรมการบริหารความเสี่ยง
4 นางสาวรดากานต์ มีแต้ม กรรมการบริหารความเสี่ยง
5 ดร.ภานุภัทร์ ภู่เจริญ กรรมการบริหารความเสี่ยง

โดย นายพิชัย ชัยณรงค์โลกา ประธานกรรมการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เป็นกรรมการอิสระ ส่วนลำดับที่ 1-4 เป็นกรรมการบริษัท และลำดับที่ 5 เป็นผู้บริหาร

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีจำนวน 4 ท่าน ประกอบด้วย

ลำดับ รายชื่อ ตำแหน่ง
1 นายเขมชาติ นันทสงวนไทย ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และกรรมการอิสระ
2 นายสยาม เตียวตรานนท์ กรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
3 นายปิยะ จิราภาพงศา กรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
4 นางสาวรดากานต์ มีแต้ม กรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

โดย นายเขมชาติ นันทสงวนไทย ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นกรรมการอิสระ และลำดับที่ 1-4 เป็นกรรมการบริษัท

การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ของบริษัท พร้อมกำกับดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงการกำกับดูแลความเสี่ยง ความโปร่งใสทางการเงิน การบริหารค่าตอบแทน และการดูแลความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ

การเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย ประจำปี 2568

รายชื่อ จำนวนครั้งที่เข้าประชุม / จำนวนการประชุมทั้งหมด
คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะกรรมการบริหาร ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี
รวม Physical Meeting E-Meeting
1. นายกิตติศักดิ์ อมรชัยโรจน์กุล 5/5 5/5 - - 2/2 - - - 1/1
2. นายวิวัฒน์ เวทยานุกูล 5/5 5/5 - 4/4 - - - - 1/1
3. นายพิชัย ชัยณรงค์โสภา 5/5 5/5 - 4/4 2/2 4/4 - - 1/1
4. นายเขมชาติ นันทสงวนไทย 5/5 5/5 - 4/4 - - 2/2 - 1/1
5. นายสยาม เตียวตรานนท์ 5/5 5/5 - - 2/2 4/4 2/2 10/12 1/1
6. นายปิยะ จิราภาพงศา 5/5 5/5 - - - 4/4 2/2 11/12 1/1
7. นางสาวรดาภานต์ มีแต้ม 5/5 5/5 - - - 4/4 2/2 12/12 1/1
8. นายสิทธิเดช มัยลาภ 5/5 4/5 1/5 - - - - - 1/1
9. นางสาวกุลนดา โอฟาร์รักข์ธรรม 5/5 5/5 - - - - - - 1/1
10. นางสาวสุรีรัตน์ ปราชญานุกูล 5/5 5/5 - - - - - - 1/1
11. นางศศิเนตร พลโยธิน 5/5 4/5 1/5 - - - - - 1/1
12. ดร.ภานุภัทร กู่เจริญ* - - - - - 2/4 - - 1/1

หมายเหตุ: *เป็นผู้บริหาร

บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบด้านความยั่งยืน

บริษัทตระหนักว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว จึงได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกระดับขององค์กร โดยกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการบริษัท ระดับบริหารจัดการ ตลอดจนคณะทำงานเฉพาะด้าน เพื่อขับเคลื่อน สนับสนุน ติดตาม และทบทวนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร เป้าหมายทางธุรกิจ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย

โครงสร้างการกำกับดูแลด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ประกอบด้วย 3 ระดับ ได้แก่

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในภาพรวม กำหนดทิศทาง นโยบาย และเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนได้รับการบูรณาการเข้ากับการดำเนินธุรกิจและการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างเหมาะสม

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Corporate Governance and Sustainability Development Committee มีหน้าที่ความรับผิดชอบและบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ให้คำปรึกษา ติดตามการดำเนินงานและเห็นชอบการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ดังนี้

  1. พิจารณาและกำหนดเป้าหมาย นโยบายการบริหารจัดการการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน กลยุทธ์ ตลอดจนแผนดำเนินการด้านความยั่งยืน ที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมขององค์กร และทบทวนนโยบายดังกล่าว อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
  2. กำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายในระยะสั้น และระยะยาว รวมถึงพิจารณาประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของธุรกิจ (Materiality) ตามแนวปฏิบัติสากล
  3. มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะทำงานการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Development Management : SDM) เพื่อร่วมรับผิดชอบ และดำเนินงานต่าง ๆ
  4. กำกับดูแล ติดตามให้มีการปฏิบัติตาม นโยบาย กลยุทธ์ แผนดำเนินการด้านความยั่งยืน ผ่านคณะทำงานการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Development Management : SDM)
  5. กำหนดประเด็นความยั่งยืนที่สำคัญ (Materiality) และให้ความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ที่สอดคล้องกับกรอบแนวทางในการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท เพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท
  6. ให้การส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายบริหารจัดการการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน
  7. กำกับดูแล ทบทวน ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินการ และประเมินประสิทธิผลของการดำเนินการตามนโยบายการบริหารจัดการการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน
  8. มีอำนาจหน้าที่ในการขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีอำนาจในการเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่จำเป็น
  9. พิจารณาให้คำแนะนำ และพิจารณาอนุมัติรายงานการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน เพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท
  10. พิจารณาเห็นชอบรายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) ก่อนการเผยแพร่ต่อไป
  11. รายงานผลดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  12. ประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเอง และการปฏิบัติงานโดยรวมของคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนทั้งคณะ ตลอดจนประเมินความเพียงพอของกฎบัตรเป็นประจำทุกปี
  13. ดำเนินการอื่น ๆ ที่เห็นสมควรเพื่อให้การพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจบริษัท บรรลุเป้าหมายที่กำหนด หรือ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

คณะทำงานพัฒนาเพื่อความยั่งยืน แบ่งออกเป็น 9 คณะย่อย ดังนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการด้านความยั่งยืนครอบคลุมทุกมิติ บริษัทได้จัดตั้งคณะทำงานด้านความยั่งยืนจำนวน 9 คณะ เพื่อรับผิดชอบการดำเนินงานในประเด็นสำคัญขององค์กร ดังนี้

  1. คณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  2. คณะทำงานด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
  3. คณะกรรมการสวัสดิการ
  4. คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ)
  5. คณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  6. คณะทำงานติดตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
  7. คณะทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
  8. คณะทำงานบริหารความเสี่ยง
  9. คณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้เอกสารและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

การประเมินผลการดำเนินงานคณะกรรมการบริษัท

บริษัทมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และกรรมการแต่ละรายอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยใช้เกณฑ์ที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ซึ่งผลการประเมินในปีล่าสุดสะท้อนว่าคณะกรรมการมีการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ในทุกด้าน โดยมีหลักเกณฑ์หัวข้อการประเมิน ดังต่อไปนี้

  • โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
  • บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
  • การประชุมคณะกรรมการ
  • พลวัติในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
  • ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ
  • การพัฒนากรรมการ
  • การรายงานของคณะกรรมการ
  • เรื่องอื่น ๆ

ผลประเมินการปฏิบัติงาน

การประเมิน ผลการประเมิน (ร้อยละ) ระดับ
คณะกรรมการบริษัท รายคณะ 100.00 ดีมาก
กรรมการบริษัท รายบุคคล 98.91 ดีมาก
คณะกรรมการตรวจสอบ 100.00 ดีมาก
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 100.00 ดีมาก
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 90.00 ดีมาก
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน 100.00 ดีมาก
คณะกรรมการบริหาร 91.67 ดีมาก
กรรมการผู้จัดการ 92.00 ดีมาก

นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารของบริษัท

ค่าตอบแทนกรรมการ

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนของบริษัท เป็นผู้เสนอแนะแนวทางและการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการในระดับที่เหมาะสมซึ่งเทียบเคียงกับบริษัทขนาดเดียวกันที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน ความเหมาะสมกับขอบเขตภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำรงตำแหน่งของกรรมการแต่ละคนในปีที่ผ่านมา ดังนี้

คณะกรรมการ 2566 2567 2568
ค่าตอบแทนรายเดือน (บาท) ค่าเบี้ยประชุม (บาท/ครั้ง) ค่าตอบแทนรายเดือน (บาท) ค่าเบี้ยประชุม (บาท/ครั้ง) ค่าตอบแทนรายเดือน (บาท) ค่าเบี้ยประชุม (บาท/ครั้ง)
คณะกรรมการบริษัท
ประธานกรรมการ 22,000 16,000 24,000 16,000 24,000 16,000
กรรมการ 14,000 10,000 15,000 12,000 15,000 12,000
คณะกรรมการตรวจสอบ
ประธานกรรมการ 18,000 12,000 22,000 15,000 22,000 15,000
กรรมการ 15,000 12,000 18,000 12,000 18,000 12,000
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
ประธานกรรมการ 18,000 12,000 18,000 12,000 18,000 12,000
กรรมการ 15,000 12,000 15,000 12,000 15,000 12,000
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
ประธานกรรมการ 18,000 12,000 18,000 12,000 18,000 12,000
กรรมการ 15,000 12,000 15,000 12,000 15,000 12,000
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ประธานกรรมการ - - - 12,000 18,000 12,000
กรรมการ - - - 12,000 15,000 12,000
สิทธิประโยชน์อื่น ๆ

-ไม่มี-

ทั้งนี้ กรรมการที่ดำรงตำแหน่งบริหารในบริษัท และได้รับค่าตอบแทนในรูปของเงินเดือน จะไม่ได้รับค่าตอบแทนกรรมการแบบรายเดือนและค่าเบี้ยประชุม

โดยในปี 2568 บริษัทมีการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินให้แก่คณะกรรมการบริษัท เป็นรายบุคคลเป็นจำนวนเงิน 3,848,000 บาท ตามรายละเอียดดังนี้

รายชื่อ ตำแหน่ง 2566 2567 2568
ค่าตอบแทนรายเดือน (บาท) ค่าเบี้ยประชุม (บาท/ครั้ง) ค่าตอบแทนรายเดือน (บาท) ค่าเบี้ยประชุม (บาท/ครั้ง) ค่าตอบแทนรายเดือน (บาท) ค่าเบี้ยประชุม (บาท/ครั้ง)
1. นายกิตติศักดิ์ อมรชัยโรจน์กุล

ประธานกรรมการบริษัท

ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

กรรมการอิสระ

480,000 140,000 496,000 160,000 504,000 104,000
2. นายวิวัฒน์ เวทยานุกูล

ประธานกรรมการตรวจสอบ

กรรมการอิสระ

384,000 116,000 424,000 125,000 444,000 120,000
3. นายพิชัย ชัยณรงค์โสภา

ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการตรวจสอบ

กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

กรรมการอิสระ

744,000 164,000 776,000 248,000 792,000 180,000
4. นายเขมชาติ นันทสงวนไทย

ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กรรมการตรวจสอบ

กรรมการอิสระ

348,000 116,000 380,000 128,000 612,000 132,000
5. นายสิทธิเดช มัยลาภ กรรมการ 168,000 80,000 176,000 80,000 180,000 60,000
6. นางสาวกุลนดา โอฟาร์รักข์ธรรม กรรมการ 168,000 80,000 176,000 80,000 180,000 60,000
7. นางสาวสุรีรัตน์ ปราชญานุกูล กรรมการ - - 120,000 60,000 180,000 60,000
8. นางศศิเนตร พลโยธิน กรรมการ - - 15,000 12,000 180,000 60,000
สิทธิประโยชน์อื่น ๆ

-ไม่มี-

และในปี 2568 นายปิยะ จิราภาพงศา ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ไอบีเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (บริษัทย่อย) ได้รับค่าตอบแทนรายเดือนและค่าเบี้ยประชุมจากการดำรงตำแหน่งกรรมการ จำนวน 344,000 บาท

ค่าตอบแทนกรรมการผู้จัดการ

บริษัทมีนโยบายและวิธีการกำหนดค่าตอบแทนและโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหาร บริษัท มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาและอนุมัตินโยบายและเกณฑ์กำหนดค่าตอบแทนกรรมการผู้จัดการ โดยกรรมการผู้จัดการจะได้รับค่าตอบแทนอยู่ในกรอบที่สมเหตุและผลและความเหมาะสม ตามผลดำเนินงานของบริษัท และสอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายระยะยาวของบริษัท ประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ

สิทธิประโยชน์อื่น ๆ

-ไม่มี-

ค่าตอบแทนผู้บริหาร

บริษัทมีนโยบายและวิธีการกำหนดค่าตอบแทนและโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหาร โดยปัจจุบันที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดอำนาจอนุมัติแก่ฝ่ายจัดการเป็นผู้พิจารณาค่าตอบแทนของผู้บริหารและเห็นว่าการกำหนดค่าตอบแทนในปัจจุบันมีความเหมาะสมแล้ว ทั้งนี้ ภายหลังที่บริษัท มีการแต่งตั้งกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนแล้วเสร็จ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้พิจารณาและอนุมัตินโยบายและเกณฑ์กำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารต่อไป โดยผู้บริหารจะได้รับค่าตอบแทนคงที่เป็นรายเดือน และค่าตอบแทนผันแปรตามผลประกอบการของบริษัท จะกำหนดค่าตอบแทนให้อยู่ในกรอบที่สมเหตุและผล รวมถึงพิจารณาถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบ ผลการปฏิบัติงานในอดีต ผลการปฏิบัติงานในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับ ผลประกอบการของบริษัท และกรอบผลตอบแทนเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรมที่คล้ายคลึงกัน เพื่อจูงใจให้ผู้บริหารปฏิบัติหน้าที่บรรลุวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัท

สำหรับปี 2568 บริษัท ได้จ่ายค่าตอบแทนประกอบด้วยเงินเดือน และผลประโยชน์ระยะสั้น ให้กับผู้บริหาร จำนวน 13 ท่าน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 27,519,232.15 บาท

หน่วย: บาท

2566 2567 2568
20,853,019.58 21,340,496.00 27,519,232.15
สิทธิประโยชน์อื่น ๆ

-ไม่มี-

ผู้สอบบัญชี

ผู้สอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย ในรอบปีบัญชี 2568 ได้แก่ นางสาวนันทิกา ลิ้มวิริยะเลิศ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 7358 จาก บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด

ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

บริษัทและบริษัทย่อย จ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชี ให้แก่ บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

หน่วย: บาท

รายละเอียด ค่าสอบบัญชี ค่าบริการอื่น
2566 2567 2568 2566 2567 2568
บริษัท 3,600,000 3,650,000 3,650,000 ไม่มี ไม่มี ไม่มี
บริษัทย่อย 1,100,000 750,000 750,000 ไม่มี ไม่มี ไม่มี
รวม 4,700,000 4,400,000 4,400,000 ไม่มี ไม่มี ไม่มี

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
ลูกค้า
พันธมิตรทางธุรกิจ
คู่ค้า
เจ้าหนี้
นักลงทุน
หน่วยงานภาครัฐ
คู่แข่ง
ชุมชนและสังคม