การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมาย
- คู่ค้าลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้าและแนวปฎิบัติ ครบ 100%
- การติดตามและตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการของคู่ค้า (On-site ESG Audit) เป็นคู่ค้า Critical Tier 1
- ผลประเมินคู่ค้าประจำปีระดับ A และระดับ B รวมกันมากกว่า 75.00%
ผลการดำเนินงาน
ความท้าทายและโอกาส
การบริหารห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจในปัจจุบันเผชิญความท้าทายจากความซับซ้อนของผู้มีส่วนได้เสีย การจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนและการรักษามาตรฐานคุณภาพตลอดกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (“TKC”) ต้องควบคุมการจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส ตรวจสอบคู่ค้า และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและแรงงาน ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรมลูกค้ายังสร้างแรงกดดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายดังกล่าวกลับเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน การสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้ รวมถึงการส่งเสริม Green Procurement ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ยังช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างคุณค่าร่วมกันในระยะยาว
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ
การบริหารห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ สิ่งสำคัญที่จะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน คือ ระบบห่วงโซ่คุณค่าที่มีประสิทธิภาพ บริษัทจึงตระหนักถึงความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการบริหารปัจจัยนำเข้าจนถึงกระบวนการบริการหลังการขาย เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ประกอบกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรม และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ จากปีที่ผ่านมาทางบริษัทมุ่งมั่นการพัฒนาบุคคลากร กระบวนการทำงาน เพื่อส่งมอบคุณภาพที่ดีให้แก่ลูกค้า ทางบริษัทได้เล็งเห็นการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนเราจึงได้วิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทาน ปรับเป็นห่วงโซ่คุณค่าให้สอดคล้องกับห่วงโซ่คุณค่าเดิม โดยมุ่งเน้นที่เราจะส่งมอบการบริการที่ดีเลิศ ร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อพัฒนาเป็นคู่ค้าทางกลยุทธ์ เพื่อให้เติบโตแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน โดยการพัฒนาโซลูชั่นต่าง ๆ ให้สอดคล้องตอบสนองกับความต้องการของลูกค้า และเล็งเห็นให้ความสำคัญความสมดุลการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า รักษาสิ่งแวดล้อม ลักษณะทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม รวมถึงการมีส่วนรวมจากทางลูกค้าให้การพัฒนาโซลูชั่น และพัฒนาบุคคลากรให้ความสมดุลการใช้ชีวิตในการทำงาน
กิจกรรมหลัก
การบริหารปัจจัยนำเข้า
- การศึกษาและคัดเลือกโครงการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร
- การสรรหาคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ
- การจัดเตรียมข้อเสนอและการเข้าร่วมประมูลโครงการ
- การจัดทำสัญญาว่าจ้างตามมาตรฐานและข้อกำหนด
- การจัดหาสินค้า อุปกรณ์ และบริการจากคู่ค้า พร้อมการตรวจรับตามมาตรฐาน
การปฏิบัติการ
- การออกแบบและวางระบบติดตั้ง รวมถึงการทดสอบเครือข่ายและระบบปฏิบัติการ
- การบริหารและควบคุมโครงการให้เป็นไปตามแผนงาน
- การจัดเก็บและบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ
- การส่งมอบงานและการตรวจรับงานตามเงื่อนไขสัญญา
การบริหารหลังการขาย
- การจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบและอุปกรณ์ให้แก่ลูกค้า
- การให้บริการรับประกันสินค้าและการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
- การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการใช้งานอย่างรวดเร็ว
- การประเมินผลการดำเนินงานและความพึงพอใจของลูกค้าเพื่อปรับปรุงบริการ
กิจกรรมสนับสนุน
- การจัดหา จัดซื้อ และจัดจ้างอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
- การบริหารความเสี่ยงในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน
- การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- การพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความรู้และทักษะที่ทันสมัย
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกคู่ค้าที่มีศักยภาพ การประเมินความเสี่ยงและผลการดำเนินงาน ตลอดจนส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส เคารพสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติตามมาตรฐานด้านแรงาน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินงานด้านการคัดเลือกคู่ค้า การจัดหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ การระบุและประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า โดยกำหนดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุม ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ เพื่อกำหนดแนวทางการจัดการที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงโดยคำนึงถึงคุณภาพการส่งมอบสินค้าและบริการที่ได้รับ รวมถึงข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม และระบบจัดการคุณภาพต่างๆ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการส่งมอบสินค้าและบริการ และความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินการต่างๆ ขององค์กร มีการจัดทำจรรยาบรรณคู่ค้า และจรรยาบรรณเจ้าหน้าที่จัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ทั้งคู่ค้าและพนักงานยึดถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

แนวปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน
บริษัทมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่รับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ โดยคำนึงถึงผลกระทบและการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ภายใต้หลักการความยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินงานด้านการคัดเลือกคู่ค้า การจัดหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ การระบุและประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า และอื่นๆ เพื่อการดำเนินงานกับคู่ค้าอย่างยั่งยืน

การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว
บริษัทให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการตามนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement) เพื่อส่งเสริมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียน ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ และสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความยั่งยืน เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฉลากเขียว ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดความเสี่ยงจากการใช้วัสดุที่เป็นอันตรายต่อพนักงานและองค์กร พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในระยะยาว

การจัดซื้อจัดจ้างกับคู่ค้าอย่างยั่งยืน
บริษัทมีการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานระบบการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นคู่มือในการบริหารการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงและลดโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ความสำคัญของคู่ค้าทั้งรายใหม่และรายที่มีอยู่ปัจจุบัน จะมีการดำเนินการประเมินคุณสมบัติคู่ค้า ทั้งในด้านความเสี่ยง รวมทั้งทางด้าน ESG พร้อมทั้งพัฒนาทั้งคู่ค้าและพนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจใน ESG เพื่อให้สามารถนำไปสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างดี

หลักเกณฑ์ในการระบุคู่ค้าสำคัญ

คู่ค้าหลัก
หมายถึง คู่ค้ารายสำคัญที่มียอดการใช้จ่ายสูง และมีความเสี่ยงในระดับสูง สินค้าทดแทนยาก และอยู่ในกลุ่มของชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ที่สำคัญ โดยจะถือว่าคู่ค้าเหล่านี้เป็นกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญทางตรง (Critical Tier 1 supplier) ที่จะต้องได้รับการตรวจสอบทุก 2 ปี โดยวิธีการเยี่ยมชมพื้นที่ หรือ มีการสัมภาษณ์ผ่านแบบสอบถาม ทั้งนี้ คู่ค้าดังกล่าวต้องกำหนดแผนและแนวทางการแก้ไข เพื่อลดความเสี่ยงและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งต้องมีแผนการตรวจสอบเพื่อการดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ไม่เกิดผลกระทบต่อธุรกิจชุมชน และสิ่งแวดล้อม และยังมีกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญทางอ้อม (Critical Non-tier 1 supplier) ซึ่งเป็นกลุ่มคู่ค้าที่ส่งมอบสินค้าหรือบริการให้แก่กลุ่มคู่ค้ารายสำคัญทางตรง (Critical Tier 1 supplier) โดยมีเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้าหลักทั้ง 2 กลุ่ม ดังนี้
- มูลค่าในการสั่งซื้อสูง 10,000,000 บาทขึ้นไป
- ความถี่ในการสั่งซื้อสินค้า / บริการ
- สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

คู่ค้ารอง
หมายถึง คู่ค้าที่มียอดการใช้ปานกลางหรือต่ำ และความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลางหรือต่ำ หรือไม่ได้อยู่ในกลุ่ม High risk tier 1 supplier จะต้องผ่านการประเมินคู่ค้า (Supplier evaluation) หรือการตรวจสอบการปฏิบัติงานตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า
ในปี 2568
บริษัทมีคู่ค้ารายสำคัญทางตรง (Critical tier 1 supplier) จำนวน
9 ราย
และคู่ค้ารอง (Non-critical supplier) จำนวน
217 ราย
หน่วย: ราย
เกณฑ์การประเมินคู่ค้ารายใหม่
บริษัทกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ (New Approved Vendor) โดยครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล สังคม และสิ่งเวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าทุกรายดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนของบริษัทกระบวนการคัดกรองคู่ค้ารายใหม่ถูกออกแบบให้สามารถตรวจสอบคุณสมบัติและมาตรฐานของคู่ค้าได้อย่างรอบด้าน รวมถึงการพิจารณาประเด็นสำคัญ เช่น จริยธรรมทางธุรกิจ การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน การจัดการสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้แน่ใจว่าคู่ค้าของบริษัท มีความโปร่งใสและสามารถสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน
ขั้นตอนการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่
การคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ขึ้นทะเบียนคู่ค้า (Approved Vendor List, AVL) ต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติที่เหมาะสมโดยมีการดำเนินการดังต่อไปนี้
เป้าหมาย
สัดส่วนของคู่ค้าใหม่ที่ได้รับ การประเมินปี 2568
100%
ผลการดำเนินงานปี
| 2566 | 2567 | 2568 | |||
|---|---|---|---|---|---|
| เป้าหมาย | สัดส่วนของคู่ค้าใหม่ ที่ได้รับการประเมิน | เป้าหมาย | สัดส่วนของคู่ค้าใหม่ ที่ได้รับการประเมิน | เป้าหมาย | สัดส่วนของคู่ค้าใหม่ ที่ได้รับการประเมิน |
| 100% | 100% | 100% | 100% | 100% | 100% |
คู่ค้าที่ยั่งยืนและการพัฒนาศักยภาพ
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคู่ค้าในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือและการเติบโตร่วมกันในระยะยาว ผ่านการพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง บริษัทสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมสร้างความเข้มแข็งตลอดห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมกันแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาความยั่งยืนของคู่ค้า
บริษัทมุ่งเน้นด้านการดำเนินงานที่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าผ่านแนวทางการพัฒนาศักยภาพคู่ค้า ดังนี้
- การกำหนดให้มีการวางแผนธุรกิจกับคู่ค้า เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัท และคู่ค้า เพื่อพัฒนาในการดำเนินธุรกิจ ทั้งในรูปแบบโครงการใหม่ หรือสร้างความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนจองบริษัท และคู่ค้าไปพร้อมกันได้เป็นอย่างดี
- การประเมินคู่ค้าด้าน ESG โดยฝ่ายจัดซื้อ เพื่อทบทวนผลการดำเนินงานตามข้อกำหนดของบริษัท
- การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับคู่ค้า บริษัทได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวกับคู่ค้า ผ่านกระบวนการการซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การซื้อกระดาษ A4 แบบ Green Paper

การพัฒนาคู่ค้าในด้านความยั่งยืน (ESG)
บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคู่ค้า เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการผลักดันโครงการระบบลงนามอิเล็กทรอนิกส์ (e-signature) เพื่อสนับสนุนการปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจในรูปแบบดิจิทัล เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ลดการใช้ทรัพยากร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทซึ่งโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในปี 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้
การติดตามและตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการของคู่ค้า
บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์ในการเยี่ยมชมและทวนสอบด้านความยั่งยืนในสถานประกอบการ (On-Site ESG Audit) เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมีธรรมาภิบาล ดังนี้
หลักเกณฑ์ในการเยี่ยมชมและทวนสอบด้านความยั่งยืนในสถานประกอบการ
ขอบเขตของคู่ค้า
- เป็น คู่ค้า Critical Tier 1
- เป็น คู่ค้า Critical Non Tier 1 ที่อยู่มีความเสี่ยงตามการประเมินของบริษัท
- เป็น คู่ค้า ที่มีปัญหาด้าน ESG ในอดีต
- เป็น คู่ค้า ที่ได้รับข้อร้องเรียนจากลูกค้าเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับ ESG
ความถี่ในการตรวจ On-site
- อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สำหรับคู่ค้าในระดับความเสี่ยงสูง
- ทุก 2 ปี สำหรับคู่ค้า Critical Tier 1 ที่มีขนาดสัญญาใหญ่แต่ไม่มีประวัติเสี่ยง
- ตรวจซ้ำทันทีหากพบข้อบกพร่องร้ายแรงจากการประเมินครั้งก่อน
จำนวนคู่ค้าในการตรวจ On-site
- ปี 2568 จำนวน 0 ราย
- ปี 2569 จำนวน 2 ราย
- ปี 2570 จำนวน 3 ราย


