การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมาย

  • ข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนเป็น เป็นศูนย์
  • สื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนให้กับพนักงานทุกระดับ ร้อยละ 100 ภายในปี 2569

ผลการดำเนินงาน

ไม่มีกรณี
ข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน
ไม่มีกรณี
ข้อพิพาทจากการละเมิดกฎหมายแรงงาน
ไม่มีกรณี
จ่ายเงินชดเชยหรือค่าปรับจากการละเมิดกฎหมายแรงงาน

ความท้าทายและโอกาส

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเผชิญความท้าทายด้านแรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน การละเมิดสิทธิ และความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัย โดยเฉพาะในภาคงานติดตั้ง หากขาดระบบตรวจสอบที่เข้มงวด อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ และสร้างความเสี่ยงด้านกฎหมายและภาพลักษณ์

บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (“TKC”) มุ่งมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนและบริหารแรงงานอย่างเป็นธรรม โดยยึดมั่นในมาตรฐานแรงงานสากล ปฏิเสธการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ ทั้งภายในองค์กรและห่วงโซ่อุปทาน บริษัทกำหนดข้อกำหนดสำหรับคู่ค้า เพื่อให้แน่ใจว่าทุกฝ่ายดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรม บริษัทส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียมและปลอดภัย โดยรับรองสิทธิของพนักงานในเรื่องค่าตอบแทนที่เหมาะสม ชั่วโมงการทำงานที่เป็นธรรม และโอกาสในการพัฒนาอาชีพ สนับสนุนความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ ในที่ทำงาน ควบคู่ไปกับมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน

พร้อมทั้งยกระดับแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่โปร่งใสและปลอดภัย ผ่านระบบตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน กลไกรับเรื่องร้องเรียน และมาตรการคุ้มครองแรงงาน สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน พนักงาน และลูกค้า เสริมสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

บริษัทให้ความสำคัญกับการปกป้องและเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพของบุคคลอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม จึงยึดมั่นในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มด้วยความเคารพ ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานผิดกฎหมาย ไม่สนับสนุนการคุกคามหรือพฤติกรรมที่เป็นการละเมิดในทุกรูปแบบ สนับสนุนความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ตลอดจนส่งเสริมการได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม โดยพิจารณาค่าตอบแทนตามคุณค่าและความสามารถของพนักงาน สนับสนุนการมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น การรวมกลุ่ม และการเจรจาต่อรอง การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี รวมถึงให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นในการหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ จึงจัดให้มีการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นแล้วหรืออาจเกิดขึ้นภายในห่วงโซ่ของธุรกิจ และจัดให้มีมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้น พร้อมจัดให้มีช่องทางการรายงานหรือร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัย

การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจ จึงได้เริ่มดำเนินการนำกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านมาใช้ เพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนให้มีความรอบด้านและเป็นระบบ โดยได้มีการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วหรืออาจเกิดขึ้น ซึ่งครอบคลุมสิทธิแรงงาน สิทธิลูกค้า สิทธิคู่ค้า และสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ยังจัดให้มีการบูรณาการผลการประเมินเข้ากับการบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อหาแนวทางป้องกันและลดความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน จัดให้มีการติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน รวมถึงจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน และการเยียวยาที่เหมาะสมหากเกิดกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้น ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนดังนี้

การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท

ประเด็นความเสี่ยง แนวทางการควบคุมความเสี่ยง
การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม
  • กำหนดนโยบายการเคารพสิทธิมนุษยชนเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อให้มีการปฏิบัติต่อแรงงานอย่าง เป็นธรรม และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน
  • กำหนดนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • ตรวจสอบสภาพแวดล้อมการทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีความปลอดภัย กับพนักงาน และผู้ที่มาติดต่อ
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีส่วนได้เสีย
  • กำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคคลเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • ให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการสร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
สุขภาพและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้เสีย
  • กำหนดนโยบายการเคารพสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • ตรวจสอบสภาพแวดล้อมการทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีความปลอดภัย กับพนักงาน และผู้ที่มาติดต่อ
การเลือกปฏิบัติต่อลูกค้า / คู่ค้า
  • กำหนดนโยบายปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • กำหนดกระบวนการคัดเลือกคู่ค้า
ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินการขององค์กร
  • กำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • การลดผลกระทบจากธุรกิจที่อาจจะมีผลต่อชุมชนและสังคม

ช่องทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน และกระบวนการดำเนินการรับข้อร้องเรียน

ช่องทางแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน

บริษัทเปิดช่องทางในการสอบถามหรือร้องเรียนเหตุการณ์ที่พิจารณาแล้วว่าอาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้ทางหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ (compliance) ช่องทางการส่งข้อร้องเรียนดังต่อไปนี้

ไปรษณีย์: ระบุหน้าซองถึง หน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ (compliance) โดยส่งมายังที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เลขที่ 44/44 ซอยวิภาวดีรังสิต 60 แยก 18-1-2 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์: compliance@tkc-services.com
โทรศัพท์: (+66) 0-2401-8222 ต่อ 2002
กระบวนการดำเนินการเมื่อได้รับข้อร้องเรียน
  • หน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ (compliance) ซึ่งประกอบด้วยผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีความเป็นธรรม ในการสอบสวนข้อร้องเรียนดังกล่าว ดูแลรับผิดชอบเรื่องร้องเรียนภายใน 7 วันทำการนับจากวันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน
  • หน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ (compliance) ดำเนินการรวบรวมข้อมูล หลักฐาน และสอบสวน หรือสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียน รวมถึงพิจารณาข้อเท็จจริง แนวทางแก้ไข ป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้นอีกในอนาคต หรือบรรเทาความเสียหายให้กับผู้รับผลกระทบโดยคำนึงถึงความเสียหายโดยรวม และพิจารณาแนวทางหรือมาตรการทางวินัยหรือดำเนินการทางกฎหมายแก่ผู้กระทำผิด โดยจัดทำรายงานนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อพิจารณาภายใน 15 วันทำการจากวันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามการพิจารณาของคณะกรรมการบริหาร และรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการบริหาร
  • ให้หน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ (compliance) เป็นผู้รวบรวม จัดทำบันทึกข้อร้องเรียน เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดทำรายงานประจำปีต่อไป
มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
บริษัท กำหนดมาตรการคุ้มครองการเก็บข้อมูลผู้ร้องเรียนและข้อร้องเรียนเป็นความลับตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และการจำกัดกลุ่มผู้รับทราบข้อมูลและเปิดเผยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ผู้ร้องเรียน ซึ่งบุคคลผู้แจ้งข้อร้องเรียนสามารถเลือกเปิดเผยตัวหรือไม่ประสงค์ออกนามและเมื่อเห็นเป็นการสมควรบริษัท อาจกำหนดมาตรการคุ้มครองพิเศษ หากเกิดกรณีที่มีแนวโน้มและสามารถคาดหมายได้ว่าอาจเกิดความเดือดร้อนหรือไม่ปลอดภัย
มาตรการเยียวยาด้านสิทธิมนุษยชน
ผู้รับผลกระทบจะได้รับการบรรเทาความเสียหายหรือค่าชดเชยที่เหมาะสมและเป็นธรรมจากบริษัท ภายใต้กลไกการบริหารงานและหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย รวมถึงการกำหนดมาตรการหรือนโยบายเชิงป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในลักษณะเดียวกันในอนาคต
มาตรการลงโทษ
เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริงจะดำเนินการตามข้อบังคับการทำงานต่อบุคคลดังกล่าวตามลักษณะแห่งความผิดเป็นไปตามลำดับขั้นและความรุนแรงแห่งกรณี ได้แก่ ตักเตือนด้วยวาจา ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการลงโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัท กำหนดไว้เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ตัดค่าจ้าง พักงาน เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และดำเนินคดีตามกฎหมาย

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชน

ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการยอมรับความแตกต่าง (DEI)

บริษัทให้ความสำคัญกับความเสมอภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศ รวมถึงการจ้างงานอย่างเป็นธรรม โดยพิจารณาการจ้างงานที่ไม่จำกัดเพศสภาพหรืออัตลักษณ์ทางเพศ และการจ้างงานตามความรู้ความสามารถ และคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับงานนั้น ๆ เป็นหลัก มีการกำหนดค่าจ้างที่ไม่เลือกปฏิบัติโดยมิชอบด้วยกฎหมายและปราศจากอคติ มีการฝึกอบรมทักษะการทำงาม การจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรม มีนโยบายด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานที่ทำงาน เป็นต้น

เนื่องจากบริษัทยังไม่มีการจ้างงานผู้พิการ บริษัทจึงปฏิบัติตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 มาตรา 34 โดยการส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแทนการจ้างงานผู้พิการ เพื่อสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการในสังคมอย่างยั่งยืน

ความหลากหลายด้านประเภทของพนักงาน
สัดส่วนพนักงานชายที่เป็นพนักงานประจำ
287 คน

คิดเป็นร้อยละ 52

สัดส่วนพนักงานหญิงที่เป็นพนักงานประจำ
263 คน

คิดเป็นร้อยละ 48

ความหลากหลายด้านพื้นที่การทำงาน

แบ่งตามพื้นที่การทำงาน

ศูนย์ปฏิบัติการประจำภาค จำนวนพนักงานทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ
ภาคกลาง (กรุงเทพและปริมณฑล) 541 กรุงเทพและปริมณฑล 98%
ภาคเหนือ (เชียงใหม่) 3 ต่างจังหวัด 2%
ภาคเหนือ (พิษณุโลก) 1
ภาคใต้ (สุราษฎร์ธานี) 3
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครราชสีมา) 2
รวมทั้งหมด 550 100%

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
คู่ค้า
ลูกค้า
หน่วยงานภาครัฐ
นักลงทุน
คู่แข่ง