การบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน

การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายด้านความยั่งยืนจากหลายมิติ หากความเสี่ยงไม่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ชื่อเสียงองค์กร และความสามารถในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ดังนั้น บริษัทจึงมีการประเมินและกำหนดแนวทางบริหารความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ประกอบด้วย 12 ประเด็นสาระสำคัญดังนี้

รายการความเสี่ยงทั้งหมด
12
ความเสี่ยงสูงมาก
4
ความเสี่ยงสูง
6
ความเสี่ยงปานกลาง
2
การบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน
E1ความเสี่ยงด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยธรรมชาติรุนแรงและถี่ขึ้น ส่งผลต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ ต้นทุนการดำเนินงาน และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงแรงกดดันจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น

E2ความเสี่ยงด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ พลังงาน และกระดาษอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียด้านความยั่งยืน

S1ความเสี่ยงด้านการพัฒนาศักยภาพพนักงาน

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วทำให้ทักษะของพนักงานไม่ทันกับความต้องการของธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันขององค์กร จึงจำเป็นต้องส่งเสริมการพัฒนาทักษะและศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่องและการแข่งขันด้านแรงงานที่มีทักษะสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการรักษาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

S2ความเสี่ยงด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

การขาดการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ข้อร้องเรียน ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ชื่อเสียงองค์กร และการสูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย

S3ความเสี่ยงด้านสุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน

การดำเนินงานทั้งในสำนักงานและนอกสถานที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและการเจ็บป่วย หากบริหารจัดการไม่เหมาะสม อาจกระทบต่อชีวิตและสุขภาพพนักงาน ความต่อเนื่องของงาน และต้นทุนจากการหยุดงานหรือค่าชดเชย

S4ความเสี่ยงด้านความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์และบริการ

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการล้าสมัย ส่งผลต่อคุณภาพ การแข่งขัน ความพึงพอใจของลูกค้า ความปลอดภัยต่อลูกค้า และโอกาสในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

G1ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ

การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการรั่วไหลของข้อมูล อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ความต่อเนื่องทางธุรกิจ ความเสียหายทางการเงิน และความเสี่ยงด้านกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ

G2ความเสี่ยงด้านนวัตกรรมทางธุรกิจ

การไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมหรือรูปแบบธุรกิจใหม่ได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด อาจทำให้รายได้ไม่เติบโต ความสามารถในการแข่งขันลดลง และพึ่งพารายได้จากโครงการระยะสั้นมากเกินไป

G3ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลและธรรมาภิบาล

การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อกำหนด เช่น กฎหมายด้านโลกร้อนและ Carbon Tax อาจเพิ่มต้นทุนและความซับซ้อนในการดำเนินธุรกิจ หากขาดการกำกับดูแลที่ดี อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์องค์กร

G4ความเสี่ยงด้านการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า

การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ไม่ทั่วถึง อาจส่งผลให้ความพึงพอใจลดลง สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการไม่ต่อสัญญา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และชื่อเสียงองค์กร

G5ความเสี่ยงด้านพันธมิตรทางธุรกิจ

การพัฒนาบุคลากรผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการสอบใบรับรองร่วมกับพันธมิตร ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาคู่ค้ารายใดรายหนึ่ง พร้อมเสริมสร้างศักยภาพภายในและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

G6ความเสี่ยงด้านการจัดซื้อจัดจ้าง

ความผันผวนของต้นทุนและการพึ่งพาอุปกรณ์จากคู่ค้าต่างประเทศ อาจกระทบต่อต้นทุน การส่งมอบล่าช้า การหยุดชะงักจากเหตุสงครามหรือภูมิรัฐศาสตร์

รหัส ความเสี่ยงหลัก มิติ ระดับความเสี่ยง โอกาส มาตรการบริหารจัดการ
มิติสิ่งแวดล้อม
E1 ความเสี่ยงด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยธรรมชาติรุนแรงและถี่ขึ้น ส่งผลต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ ต้นทุนการดำเนินงาน และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงแรงกดดันจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น

สิ่งแวดล้อม สูง พัฒนาธุรกิจด้าน Green Solutions พร้อมปรับรูปแบบการทำงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้น
  • กำหนดเป้าหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร้อยละ 5 ภายในปี 2572 เทียบกับปีฐาน 2568
  • กำหนดเป้าหมายระยะยาวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน
  • คัดเลือกคู่ค้าที่มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม
  • จัดทำบัญชีคาร์บอน (Scope 1-3)
E2 ความเสี่ยงด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ พลังงาน และกระดาษอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียด้านความยั่งยืน

สิ่งแวดล้อม สูง ลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม และสนับสนุนภาพลักษณ์ Green Organization
  • กำหนดเป้าหมายลดปริมาณการใช้น้ำต่อคน, ไฟฟ้าต่อคน, กระดาษ ร้อยละ 2.5 ภายในปี 2572 เทียบกับปีฐาน 2568
  • เพิ่มการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน
มิติสังคม
S1 ความเสี่ยงด้านการพัฒนาศักยภาพพนักงาน

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วทำให้ทักษะของพนักงานไม่ทันกับความต้องการของธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันขององค์กร จึงจำเป็นต้องส่งเสริมการพัฒนาทักษะและศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่องและการแข่งขันด้านแรงงานที่มีทักษะสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการรักษาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

สังคม สูงมาก โปรแกรม Reskill & Upskill พัฒนาศักยภาพร่วมกับพันธมิตร พัฒนาทักษะ 5G/IoT/AI พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
  • กำหนดเป้าหมายการฝึกอบรมเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อคนต่อปี
  • กำหนดเป้าหมายศักยภาพทุนมนุษย์ ในการสร้างรายได้ เพิ่มขึ้น 20% ภายในปี 2572 เทียบปีฐาน 2568
  • กำหนดเป้าหมายอัตราการลาออกของพนักงาน โดยสมัครใจไม่เกิน 10%
  • กำหนดเป้าหมายระดับความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร มากกว่า 80%
S2 ความเสี่ยงด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

การขาดการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ข้อร้องเรียน ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ชื่อเสียงองค์กร และการสูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย

สังคม สูง ลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและชื่อเสียงขององค์กร ควบคู่ไปกับเพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
  • กำหนดเป้าหมายข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนเป็นศูนย์
  • จัดทำนโยบายสิทธิมนุษยชนและแรงงานให้ครอบคลุมพนักงานและคู่ค้า
  • สื่อสารนโยบายและช่องทางร้องเรียนแก่พนักงานอย่างทั่วถึง
  • ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence)
  • อบรมให้ความรู้แก่พนักงาน
  • จัดทำมาตรการให้สอดคล้องกับมาตรฐานเมื่อเกิดข้อร้องเรียน
S3 ความเสี่ยงด้านสุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน

การดำเนินงานทั้งในสำนักงานและนอกสถานที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและการเจ็บป่วย หากบริหารจัดการไม่เหมาะสม อาจกระทบต่อชีวิตและสุขภาพพนักงาน ความต่อเนื่องของงาน และต้นทุนจากการหยุดงานหรือค่าชดเชย

สังคม สูงมาก รักษาคุณภาพด้านการจัดการอาชีว อนามัยและความปลอดภัย (OHS) มาตรฐาน ISO 45001:2018 และคงสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์
  • กำหนดเป้าหมายอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIR) ของพนักงานเป็นศูนย์
  • ปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยผ่านการฝึกอบรม
  • จัดอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆ ให้แก่พนักงานตามความเหมาะสม
  • ตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ
  • จัดทำประกันอุบัติเหตุให้แก่พนักงาน
S4 ความเสี่ยงด้านความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการล้าสมัย ส่งผลต่อคุณภาพ การแข่งขัน ความพึงพอใจของลูกค้า ความปลอดภัยต่อลูกค้า และโอกาสในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

สังคม ปานกลาง พัฒนาบริการใหม่ให้ตอบโจทย์ต่อ Global Megatrends และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
  • ติดตามแนวโน้มเทคโนโลยี Megatrends และความต้องการลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
  • รับฟังข้อเสนอแนะของลูกค้า เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่อเนื่อง
  • พัฒนากระบวนการทดสอบคุณภาพให้มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
มิติการกำกับดูแลและเศรษฐกิจ
G1 ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ

การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการรั่วไหลของข้อมูล อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ความต่อเนื่องทางธุรกิจ ความเสียหายทางการเงิน และความเสี่ยงด้านกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ

การกำกับดูแลและเศรษฐกิจ สูงมาก ขยายธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว
  • ได้รับมาตรฐานระดับสากล ISO/IEC 27001:2022
  • สร้างความตระหนักรู้แก่พนักงาน
  • เฝ้าติดตามและรายงานผลอย่างสม่ำเสมอ
  • นำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้ในการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ
G2 ความเสี่ยงด้านนวัตกรรมทางธุรกิจ

การไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมหรือรูปแบบธุรกิจใหม่ได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด อาจทำให้รายได้ไม่เติบโต ความสามารถในการแข่งขันลดลง และพึ่งพารายได้จากโครงการระยะสั้นมากเกินไป

การกำกับดูแลและเศรษฐกิจ สูง ขยายธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ Smart Solutions เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการต่อยอดธุรกิจ พร้อมทั้งสร้างรายได้ที่เสถียรภาพจาก recurring
  • กำหนดเป้าหมายสัดส่วนรายได้จาก recurring ไม่น้อยกว่า 40% ของรายได้ทั้งหมด ภายในปี 2572
  • พัฒนาบริการ subscription หรือ managed service
  • ขยายธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ Smart Solutions
  • กระจายแหล่งรายได้ ลดความผันผวน
G3 ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลและธรรมาภิบาล

การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อกำหนด เช่น กฎหมายด้านโลกร้อนและ Carbon Tax อาจเพิ่มต้นทุนและความซับซ้อนในการดำเนินธุรกิจ หากขาดการกำกับดูแลที่ดี อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์องค์กร

การกำกับดูแลและเศรษฐกิจ สูง เตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินงานที่สร้างข้อได้เปรียบเหนือจากคู่แข่ง และเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย
  • กำหนดเป้าหมายผลการประเมินการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ระดับ 5 ดาว ภายในปี 2571
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
  • จัดตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • มีช่องทางการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสที่รักษาความลับ
  • อบรมพนักงานประจำปี
G4 ความเสี่ยงด้านการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า

การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ไม่ทั่วถึง อาจส่งผลให้ความพึงพอใจลดลง สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการไม่ต่อสัญญา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และชื่อเสียงองค์กร

การกำกับดูแลและเศรษฐกิจ สูงมาก ความเชื่อมั่นและไว้ใจจากลูกค้า และเพิ่มรายได้จากลูกค้าเดิม
  • กำหนดเป้าหมายระดับความพึงพอใจของลูกค้าต่อองค์กร มากกว่า 80%
  • จัดทำระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์
  • พัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการตามข้อเสนอแนะจากลูกค้า
G5 ความเสี่ยงด้านพันธมิตรทางธุรกิจ

การพัฒนาบุคลากรผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการสอบใบรับรองร่วมกับพันธมิตร ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาคู่ค้ารายใดรายหนึ่ง พร้อมเสริมสร้างศักยภาพภายในและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

การกำกับดูแลและเศรษฐกิจ สูง เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรจากองค์ความรู้และมาตรฐานสากลของพันธมิตร พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว
  • สนับสนุนให้บุคลากรสอบใบรับรองมาตรฐาน (Certification)
  • ใช้ความรู้และความร่วมมือที่ได้รับต่อยอดการพัฒนาธุรกิจและบริการใหม่ของบริษัท
G6 ความเสี่ยงด้านการจัดซื้อจัดจ้าง

ความผันผวนของต้นทุนและการพึ่งพาอุปกรณ์จากคู่ค้าต่างประเทศ อาจกระทบต่อต้นทุน การส่งมอบล่าช้า การหยุดชะงักจากเหตุสงครามหรือภูมิรัฐศาสตร์

การกำกับดูแลและเศรษฐกิจ ปานกลาง การเลือกฐาน Supplier ในภูมิภาคที่หลากหลาย ลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการรักษามาตรฐานการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในระยะยาว
  • จัดทำสัญญาที่มีเงื่อนไขควบคุมความเสี่ยงด้านราคา
  • กระจายแหล่งจัดหาอุปกรณ์และบริการ
  • Buffer Stock สำหรับอุปกรณ์วิกฤต
  • การเลือกใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เพิ่มขึ้นทุกปี
  • พัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้าง